นางถนอม ศิริรักษ์

ประวัติส่วนตัว

เกิดเมื่อวันพฤหัลบดีที่  19  มกราคม  พ.ศ.2470  เดือนยี่ปีเถาะ  ที่อำเภอรโนด  จังหวัดสงขลา  จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่4จากโรงเรียนบ้านจะทิ้งพระ  อ.สทิงพระ  จ.สงขลา  เมื่อปี  พ.ศ.2480

จบการศึกษา

ชั้นสูงสุด  มัธยมศึกษาปีที่3จากโรงเรียนสตรีพัทลุง  เมื่อปีพ.ศ.2483

จบการศึกษาชั้นสูงสุด  มัธยมศึกษาปีที่6 จากโรงเรียนวรนารีเฉลิม  สงขลา  เมื่อพ.ศ.2487

ที่อยู่อาศัยปัจุบันที่สามารถติดต่อได้

บ้านเลขที 42-43หน้าทีว่าการอำเภอสทิงพระ  หมู่ที 4ตำบตจะสทิ้งพระ  อำเภอสทิงพระ   จังหวัดสงขลา

บิดาชื่อนายสุวรรณ   พูลศัดดิ์   เจริญกุล  มารดาชื่อ นางแช่ม  เจริญกุล อาชีพข้าราชการ(ศึกษาธิการอำเภอ)อาชีพมารดา แม่บ้าน   เป็นบุตรคนที2  จากจำนวนพีนอ้ง 5คนพีร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน  1คน  คือนางถวิล  เกษตรสุนทร(ถึงแก่กรรม)

น้องต่างมารดา  3คน  คือ

1   นายจำนง    เจริญกุล   ข้าราชการบำนาญ

2   นางพีระพรรณ  ศิริไพศาล   ข้าราชการบำนาญ

3   นางจันทร์เพ็ญ   นภาพงศ์    (ถึงแก่กรรม)

 

สามี  นายพิชัย  ศิริรักษ์  อาชีพ  ข้าราชการบำนาญ

บุตร-ธิดา  รวม  5  คน  ชาย  4  คน  หญิง  1  คน  คือ

  1. นายไพศาล  ศิริรักษ์  การศึกษามหาบัญฑิต  นักวิชาการ  8  สำนักงานการศึกษาเขตการศึกษา3
  2.  นางเพ็ญศิริ  หนูมณี  อาจารย์  2  ระดับ  7  โรงเรียนวัดกลาง  อำเภอสทิงพระ  จังหวัดสงขลา
  3. นายไพฑูรย์  ศิริรักษ์  อาจารย์  2  ระดับ  7  ศูนย์พัฒนาอาชีพ  จังหวัดสงขลา “ศรีเกียรติพัฒน์”  กศน.
  4. นายเจริญชัย  ศิริรักษ์  นายช่างโยธา  6  สนง.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  5. นายพุทธิชาติ  ศิริรักษ์  ช่างไฟฟ้า  5  สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบ้านโฮง  จังหวัดลำพูน

 

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ  จตุรถาภรณ์ช้างเผือก  (จช.)

 

เกียรติคุณ/รางวัลที่เคยได้รับ

รางวัลแม่ดีเด่นจังหวัดสงขลา ประจำปี 2540  แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม จากของคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสงขลา

รางวัลแม่ดีเด่นประจำปี  2542  ในส่วนภูมิภาค  ประเภทแม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม  จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

เข็มเชิดชูเกียรติ  “คนดีศรีสงขลา”  ประจำปี  2542  ของจังหวัดสงขลา  และมูลนิธิเรารักสงขลา  เฉลิมพระเกียรติ

ประกาศเกียรติคุณ  การแข่งขันสวดมนต์ทำวัตรเข้าแปลถวายเป็นพระราชกุศล  ในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ  6  รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เมื่อ 1  ธันวาคม  2542

โล่เกียรติคุณ”บุคคลสร้างสรรค์สละเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ”  สาขา  ต้นแบบคุณแม่ดีเด่น  จากชมรมนักธุรกิจสร้างสรรค์สังคมไทย  เมื่อ  8  กันยายน  2545

เข็มเชิญชูเกียรติ  “ครูภูมิปัญญาไทย  ด้านโภชนาการ  รุ่นที่  3 ประจำปี2546  ของสภาการศึกษากระทรวงการศึกษาธิการ

รางวัล  “ผู้สูงอายุดีเด่น”  ประจำปีพุทธศักราช  2545  จากสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

โล่เกียรติคุณ  ในฐานะกรรมการบริหารสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทย  กรมพัฒนาชุมชน  กระทรวงมหาดไทย  ประจำปี  พ.ศ.2546

 

ประวัติชีวิตและผลงาน

1. ชีวิตวัยเด็กครอบครัวเกิดที่อำเภอระโนด  เมื่อปี  2470  เนื่องจากบิดารับราชการเป็นศึกษาธิการ  อำเภอระโนด  ต่อมาบิดาย้ายมาดำรงตำแหน่งศึกษาธิการอำเภอสทิงพระ  จึงเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนบ้านจะทิ้งพระจนจบชั้นประถมปีที่ 4 มารดาเสียชีวิตจึงไปอาศัยอยู่กับคุณป้าที่จังหวัดพัทลุงคือ  ครอบครัวของคุณลุงรัตนากร  คุณป้าเจิม  รัตนากร  (บิดา-มารดา คุณหมอประสพ  รัตนากร)  เรียนหนังสือชั้นมัธยมปีที่ 1 ที่โรงเรียนสตรีพัทลุงและเมื่อครอบครัวคุณลุงย้ายไปรับราชการที่จังหวัดปัตตานีจึงย้ายไปเรียนต่อที่สตรีเดชะปัตตนุกูล  เมื่อคุณลุงเกษียรราชการจึงย้ายมาอาศัยอยู่กับอาที่อำเภอเมืองสงขลา  เรียนต่อที่โรงรียนวรนารีเฉลิม  สงขลา  จนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 เมื่อปี 2487  ตอนเรียนชั้นมัธยมต้องโยกย้ายที่เรียน 2-3 ครั้ง และต้องอาศัยอยู่กับญาติตลอดจนเรียนจบไปโรงเรียนต้องเดินเท้าต้องช่วยงานบ้าน  และใช้จ่ายอย่างประหยัด  โดยจ่ายวันละ 25 สตางค์  คุณพ่อจ่ายเงินเดือนให้เดือนละ 15 บาท  เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่าง  ทั้งสมุด ดินสอ หนังสือเรียน  และอุปกรณ์ต่างๆ

2. การศึกษาและการทำงาน   เรียนจบชั้นมัธยมปีที่๖จากโรงเรียนวรนารีเฉลิม สงขลา  ก็เข้ารับราชการเป็นครูที่โรงเรียนบ้านจะทิ้งพระ  อำเภอสทิงพระ  เมื่อปี๒๔๘๗และเนื่องจากเป็นกำพร้าแม่จึงได้เล่าเรียนน้อย  กอปรกับเป็นคนที่รักความก้าวหน้า  เป็นครูที่ใฝ่รู้  เมื่อทำงานจึงศึกษาเล่าเรียนสอบปรับวิทยะฐานะด้วยตนเองมาตลอด ตั้งแต่หลักสูตรครูมูล,  พ.,ครู  พป., ครูพม.,  ครูตรี, ครูโท  และลาออกจากราชการในตำแหน่งผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนบ้านจะทิ้งพระ ด้วยวัย 55 ปี    เนื่องจากการขอร้องของบุตรคนที่๓  เพื่อให้แม่ถนอมได้มีเวลาพักผ่อนหลังจากตนเองเรียนจบ  เมื่อปี 2520  เนื่องจากทำงานทั้งในเวลาและทำงานอาชีพหลังเลิกงานราชการเพื่อหารายได้เสริมครอบครัว  และญาติๆ  ที่มาอาศัยเล่าเรียน  เมื่อลาออกทำให้คุณแม่ถนอมมีเวลาว่างช่วยงานบ้าน  ช่วยงานญาติ  และงานสังคมมากขึ้นแทนที่จะได้พักผ่อนแบบสบายๆ แต่เนื่องจากแม่ถนอมเป็นคนที่มีความสุขกับการทำงานและมีความสุขกับการช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม  ด้วยบุคลิกการเป็นผู้นำ  และได้รับรู้การทำงานเป็นกลุ่มจากการอบรมของหน่วยราชการ ในปี 2527 จึงได้ริเริ่มชักชวนสมาชิกในชุมชนจัดตั้งกลุ่มต่างๆ  ขึ้นมากมายและเป็นที่ยอมรับให้รับตำแหน่งทางสังคมทั้งระดับหมู่บ้าน,ตำบล,อำเภอ,จังหวัดและระดับประเทศ  มากมายหลายตำแหน่งอาทิ:

1. คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสทิงพระ(กพสอ.)

2. คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสงขลา(กพสจ.)

3. นายทะเบียนสมาคมสตรีอาสาแห่งประเทศไทย

4. กรรมการห้องสมุดประชาชนอำเภอสทิงพระ

5. เหรัญญิก ชมรมข้าราชการบำนาญอำเภอสทิงพระ

6. เลขานุการ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านจะทิ้งพระ ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา

7.เลขานุการ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านจะทิ้งพระ  ต.จะทิ้งพระ   อ.สทิงพระ   จ.สงขลา

 

และได้รวมคนรวมทุน  จัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริม  และขยายกิจกรรมออกไปหลายกลุ่ม   เช่น  กลุ่มผลิตเต้าเจี้ยวจากถั่วเหลือง  กลุ่มทำดอกไม้จันทน์-พวงหลีด  กลุ่มทำขนมพื้นเมือง  กลุ่มผลิตภัณฑ์จากใยตาล  กลุ่มทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อการเกษตร  และกลุ่มแปรรูปอาหารจากสัตว์น้ำ

โดยเฉพาะองค์ความรู้หลายๆ อย่างที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรษ ญาติผู้ใหญ่ ครู แหล่งเรียนรู้ในชุมชนและรับปฏิบัติสืกบทอด ตลอดจนได้ค้นคว้า ทดลองทำหลายๆอย่าง ทั้งทางด้านงานอาชีพ งานวัฒนธรรมท้องถิ่นไทย เรื่องพิธีการประเพณีการแต่งงาน งานบวช งานศพการแต่งกายมารยาทไทยและประวัติศาสตร์ของชุมชน  จนสามารถรวบรวมถ่ายทอดให้อนุชนคนรุ่นหลัง โดยการเป็นวิทยากรให้กับกลุ่มอาชีพต่างๆ  ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด  ผู้สนใจศึกษาดูงานที่กลุ่มฯ  นักเรียน-นักศึกษาในสถานศึกษา  ให้ข้อมูลในการทำวิจัยของนักเรียนระดับปริญญาโท  (นายอรัญพันธุ   เวชประชา) จากสถาบันทักษิณคดีศึกษา  มหาวิทยาลัยทักษิณ

3. ผลงานที่ปรากฎ

ด้านสังคม/ชุมชน  หลังจากลาออกชีวิตราชการเมื่อปี 2520 แม่ถนอมได้อุทิศเวลา  กำลังกาย กำลังใจ กำลังสมองและกำลังทรัพย์ให้กับชุมชนและสังคมมาโดยตลอดด้วยความเป็นคนมีจิตใจเป็นสาธารณะ  และตั้งแต่ปี 2527 จึงได้ริเริ่มชักชวนชาวบ้านและสมาชิกในชุมชนหมู่บ้านจะทิ้งพระ  จัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ  ขึ้นเพื่อเป็นการใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาสร้างรายได้เสริมทำให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เสริมจากอาชีพประจำลดการเป็นหนี้นอกระบบ  ส่งเสริมการออมเงินให้กับคนในชุมชน  เล็งเห็นความสำคัญเรื่องกองทุนจึงมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เรื่องกองทุนต่างๆ  ให้กับคนในชุมชนและต่างชุมชนหลายๆ  กองทุน  อาทิ:

3.1   ริเริ่มจัดระดมทุนการศึกษาจากผู้ใหญ่ใจบุญในอำเภอสทิงพระทุนละ  10,000  บาท  จำนวน  20  กองทุน  เป็นเงิน  200,000  บาท  เพื่อเป็นกองทุนการศึกษาให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา  มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา  โรงเรียนต่างๆ  ในอำเภอสทิงพระเป็นประจำทุกปี  ทำให้เด็กที่พ่อ- แม่ลำบากยากจนได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนชั้นสูงขึ้น

3.2   รวบรวมเงินจากครอบครัวตระกูล  “ศิริรักษ์“  ส่งเสริมสนับสนุนมูลนิธิ  “ดวงประทีป“  สลัมคลองเตย  กรุงเทพมหานคร  อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10  ปี

3.3   มอบเงินถวายแด่  สมเด็จพระเทพรัตนสุดา   สยามบรมราชกุมารี  โดยเสด็จพระราชกุศลเป็นเงิน  10,000  บาท  ณ  ศูนย์วิจัยพืช  จังหวัดปัตตานี  เมื่อวันที่  17  กันยายน  2537

3.4   มอบเงินเป็นทุนการศึกษาทุน  “พิชัย-ถนอม   ศิริรักษ์“   จำนวน  20,000  บาท   ในงานวัน  “ลูกโหนด”  เมื่อ  วันที่ 29  พฤษภาคม  2540

3.5   รวบรวมสมาชิกกลุ่มสตรีสหกรณ์   จัดตั้งเป็น  “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านจะทิ้งพระ”  เมื่อปี  2528  จากสมาชิก 43  คน  เงินทุนหมุนเวียนเริ่มต้น 7,000  บาท  ดำเนินบริหารกิจกรรมของกลุ่มในฐานะกรรมการบริหารกลุ่ม ฯ มีก้าวหน้ามาโดยตลอดจนชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มฯมากขึ้นเรื่อยๆและถึงปัจจุบันมีสมาชิกครอบคลุมตำบลจะทิ้งพระและตำบลใกล้เคียงกว่า400 คนมีเงินทุนหมุนเวียน 6,000,000 บาท (หกล้านกว่าบาท) และเป้นกรรมการบริหารกลุ่มมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

3.6   จัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริมและขยายกิจกรรมออกไปหลายๆกลุ่มเช่น กลุ่มผลิตเต้าเจี้ยวจากถั่วเหลือง กลุ่มทำดอกไม้จันทน์- พวงหรีด กลุ่มทำขนมพื้นเมือง กลุ่มผลิตภัณฑ์จากใยตาล กลุ่มทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อการเกษตรและกลุ่มแปรรูปอาหารจากสัตว์น้ำบูดู น้ำบูดูข้าวยำ น้ำปลาและซีอิ๊วปลา

3.7   จัดตั้งกลุ่มถนอมและแปรรูปอาหารโดยมีสมาชิกกลุ่มเกษตรกรสนใจเข้าร่วมเป็นกลุ่ม การทำขนมอบ กลุ่มทำเต้าเจี้ยวจากถั่วเหลือง จำหน่ายทั้งในชุมชนและนอกชุมชนทำให้สมาชิกได้มีโอกาสพบปะกันในการทำงานกลุ่มและมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์

ด้วยความที่เป็นคนที่มีจิตใจสาธารณะ เสียสละ  ชอบช่วยเหลือสังคมของแม่ถนอม ทำให้เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชนในการทำกิจกรรม เพื่อสังคม จนได้รับตำแหน่งอย่างหลากหลาย  แต่โดยบุคลิกส่วนตัวที่ชอบเป็นผู้นำโดยธรรมชาติมากกว่า  ตำแหน่งที่สำคัญๆ  ทางสังคม แม่ถนอม จึงมอบให้สมาชิกในกลุ่มทีมีความเหมาะสมรับ  เพื่อเป็นการฝึงและพัฒนา การเป็นผู้นำให้กับสมาชิกกลุมโดยแม่ถนอมจะมีส่วนร่วมอยู่ในส่วนของคณะกรรมการบริหารเป็นที่ปรึกษา ด้วยความที่เป็นคนใฝ่รู้ แม่ถนอมจึงเรียนรู้ทุกเรื่องเช่น อาชีพของชุมชน ประวัติศาสตร์ชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยและด้วยความที่คนที่มีความลำบากมาตั้งแต่เล็กเนื่องจากเป็นเด็กกำพร้าแม่แม่ถนอมจึงมีใจต่อสู้ในความดี มีความอดทน ในการทำงานและเรียนรู้มาตั้งแต่เล็ก ขณะนี้แม่ถนอมยังคงทำงานเพื่อชุมชนมิได้หยุดหย่อนถึงแม้วัยจะย่างเข้าปีที่ 79 แล้วก็ตาม จึงเป็นที่รู้จักกันดีและยอมรับในระดับจังหวัดระดับภาค และรวมไปถึงระดับประเทศในด้านการเป็นผู้นำกลุ่มชุมชน เป็นภูมิภาคท้องถิ่น เป็นนักสู้ในการทำงาน

 

This entry was posted in บุคคลสำคัญในท้องถิ่น ส 31203. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s